Por's profilePor - Just a little bit ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 24 ปาร์ตี้ KaRaOkeเมื่อวานนี้หลังเลิกเรียน
เราไปปาร์ตี้คาราโอเกะมาที่ SF มาบุญครอง
เริ่มแรกก็มีชาวบัญชี 12 คน
ขาดเบลล์ไปคนนึง เพราะว่าเบลล์ต้องอ่านหนังสือสอบราม
ก็ตั้งไว้ว่า 1 ชม.
ร้องไปครึ่งเพลงแล้วเปลี่ยนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่รู้ร้องไปกี่เพลงอะ
เพราะว่าร้องกระหน่ำมาก
เรากลัวไม่คุ้มอะ เลยคว้าไมค์ไปหลายเพลง
สุดท้ายจ่ายแค่ 30 เอง
โคตรถูกเลย
ตอนนี้ เหลือคนอยู่ 10 คน
เพราะว่าป้าวา กลับบ้านไปแล้ว
ส่วนปุ้นก็... นะ รู้ ๆ กันอยู่
หลังจากร้องเพลงเสร็จ
เราก็ไปกินหมูกะทะกันต่อ
ตอนนี้เหลือแค่ 7 คนละ
ทีแรกจะแค่ 6 คน
แต่พอดีแม่เชอรี่ไม่ได้ทำกับข้าวไว้ ( 555 )
เลยต้องมากินด้วยกัน
วันนี้กินไม่เยอะอะ
แต่โคตรอิ่ม
ไม่รู้เป็นเพราะว่ากระโปรงมันคับรึเปล่า..
January 22 งานบอล 62เมื่อวานนี้ไปงานบอลมา
ก็คิดว่าจะเนียนขึ้น stand staff
แต่โชคดี พี่โด้พาเราเข้าสแตนด์ร้อยนึงพร้อมกับกองสันของวิทย์กีฬา
เข้ามาตั้งแต่บ่าย 3 ได้มั้ง
แดดร้อนมาก ๆ ไม่ไหวแล้ว เลยลงมาเดิน ๆ ข้างล่าง
จนเค้าเริ่มแข่งบอลถึงได้กลับเข้าสนามใหม่
ยังร้อนอยู่ดี แต่ก็ดู ๆ ไปเหอะ
บอลวันนี้เตะดีมากเลย
แม้ว่าจะดูไม่เป็น แต่ก็รู้ว่าทุกคนเต็มที่กันมาก
เสียดายที่น้องต๋อยไม่ได้ลง
อุตส่าห์เล็งอยู่ตั้งนาน
เด็กวิทย์กีฬาที่อยู่ข้างบนนี่เชียร์กันดังมากกกกกกกกกกกกกก
เข้าใจว่าเชียร์เพื่อนแหละ
แต่ขอได้ไหมอ่า ว่าอย่ามีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องน่ะ...
จบด้วยสกอร์ 2:0
และการขอบคุณจากนักบอล..
ประทับใจจริง ๆ
January 16 ทีลอซู The Wonderful Trip ( 3 ) จบแล้วนะตื่นมาพอดีพี่บอมเค้ามาปลุกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยหัวหมด เช้านี้ เต้งกับป๊อกกี้ไม่ได้ไป นอกนั้นนั่งสองแถวฝ่าลมหนาวจนหน้าด้านไปถึงดอยหัวหมด อุตส่าห์แบกเสื้อกันหนาวสุดหนาของพ่อมาด้วย แต่ทว่าใส่แล้วมันร้อนและฮาเกินไป เราเลยฝากพี่บอมไว้ แล้วลงไปนั่งรอดูพระอาทิตย์ขึ้น มีหน่วยกล้าตายลงไปถ่ายรูปกันตรงที่ยื่นออกไป 3 – 4 คน ทีแรกพี่บอมจะพาเราเดินไปยอดนึงด้วย แต่ว่าหมอกลงจัดเลยไม่กล้าพาเดินไป ตรงที่นั่งอยู่ก็ถือว่าวิวดี คราวนี้ เราไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ เพราะว่าเมฆหมอกมันบัง แต่พอหลังจากที่เราลงมาพระอาทิตย์ก็ขึ้นเลย แหม ยังกะแกล้ง
กลับมากินข้าวต้มที่รีสอร์ท พี่บอมก็ยังมาเสิร์ฟข้าวต้มหมู+เห็ดทำหน้าที่กันต่อไป กินข้าวเสร็จก็ขึ้นไปเก็บข้าวเก็บของ แล้วออกไปถ่ายรูปที่นอกรีสอร์ทที่เมื่อวานเดินผ่านตอนจะไปลอยลำธาร ถ่ายรูปเสร็จกลับขึ้นมา มาเอาของขึ้นรถ แล้วนั่งหน้าบ้านบริหาร พี่บอมที่สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ไม่ติดก็เดินมา เราเลยถามชื่อจริงพี่เค้า แต่พี่เค้าไม่ยอมบอกชื่อจริง เค้าว่าส่งจดหมายมาให้พี่บอมเนี่ยแหละ เป็นชื่อที่รู้จักกันที่สุดแล้ว พี่เค้ายังบอกอีกว่าที่บ้านเรียกว่าบ่อมบ๊อม เล่นเอานึกถึงบอม
ออกมาจากรีสอร์ท เราก็นั่งเงียบ ๆ ดูวิวไป พวกบริหาร ทีแรกก็คึกคักดี แต่พอพักนึงก็หลับกันเกลี้ยง ปล่อยเรานั่งดูวิวอยู่คนเดียว วิวสวยมาก ทางมันเป็นทางวิ่งข้ามเขากันตลอดเวลา กล้องเราแบตกะลังจะหมด เราเลยถ่ายรูปมาแค่นิดเดียว เสียดายเค้าไม่ได้พักที่จุดชมวิวให้ลงไปถ่ายรูป วิวดีสุด ๆ เห็นเป็นหุบเขาลงไปเลย
นั่งกันไปเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดจอดรถระหว่างทาง รถคันที่เรานั่งปกติ สายคลัชแตก ไม่สามารถนั่งต่อไปได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนปวดฉี่ 2 คนคือหยกกะเกดหรือเปล่าที่ถึงกับบอกให้พี่เค้าจอดข้างทาง จนทำให้พี่เค้าซิ่งจนสายคลัชขาด ไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ 55 โชคดีนะเนี่ย ไม่มีใครเป็นอะไร
นั่งรถ 17 คน 1 คน ( รวมคนขับกับไกด์ ) เดินทางต่อ เรานั่งหันหลังให้ถนนปกติอะ นั่งหลังคนขับบ้าง หลังเบาะอีกข้างบ้าง ก็ไม่ค่อยสบายตัวแต่ทนได้ ไม่รู้สึกเมารถหรือว่าอะไร นั่งมาไกลเหมือนกัน กว่าเค้าจะพักรถหลังจุดตรวจ เห็นพม่าลงจากรถกะบะมากันตรึม ไม่รู้ทำไม ส่วนพวกเรา ก็ลงจากรถเหมือนกัน ตอนที่ถึงจุดพัก ลงมาหาอะไรกิน เรากินลูกชิ้นไก่ทอดที่เค้าไม่อุ่นให้เลย แต่เอาเหอะถือว่าอร่อยดี กินเสร็จก็ยืนคุยกะคนขาย ถามนู่นถามนี่ไปเรื่อย อย่างเช่นว่าทำไมคนบนรถกะบะต้องลงจากรถ มาขายของที่ได้ยังไง ฯลฯ
เดินไปนั่งคุยกันที่ศาลาริมทางเพราะว่าเค้าต้องการพักรถนานหน่อย ระหว่างนั้นเราก็นั่งรอรถจากรีสอร์มอีกคันไปด้วย แต่เจอรถของวิศวะก่อน เลยชวนวัลย์ไปคุยกะอิ๊กเนื่องจากทำตัวหยิ่งมาหลายวัน เจอเค้าแล้วก้ไม่ทัก นอกจากได้คุยกับอิ๊กแล้ว อิ๊กบอกว่าทัวร์เค้าไกด์ไม่พูดเลย ช่วยถ่ายรูปให้อย่างเดียว ไกด์เราสิเจ๋งสุด ๆ
ไปนั่งที่ศาลาตามเดิม หลังจากนั้นแป๊บเดียวรถของทริปข้างๆก็มาถึง ไกด์ หยก ป๊อกกี้ย้ายไปนั่งคันนู้น แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นนัก แถมไปทำรถเค้าแน่นอีกตะหาก เวงกรรม พอมาถึงน้ำตกพาเจริญแล้ว พวกเราก็เลยตกลงใจกันว่ากลับมานั่งรวมกันดีกว่า
หลังจากไปทีลอซูแล้ว น้ำตกพาเจริญก็เหมือนเป็นของปลอม ของเด็กเล่นไปเลย ทีแรกนึกว่าจะไม่มีใครขึ้นไปเที่ยวแล้ว แต่พอหายไปคนสองคน ก็เลยขึ้นกันหมด ขาแข้งก็ปวดเมื่อยมากแล้ว เลยเดินไปถึงแค่ชั้นเตี้ย ๆ จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังตลาดริมเมย ที่เงียบเหงาเศร้าซึมมาก แดดก็โคตรร้อนเลย พอมานั่งรอรถ คนขับก็ไปพักนานเลย นั่งรอจนเบื่อ ได้ไปถ่ายรูปใต้สะพานมิตรภาพด้วย บรรยากาศแย่มาก ยังกะสลัมบอมเบย์ เน่าเหมือนบ้านใต้สะพานอะไรอย่างงั้น
นั่งรถต่อไปตลาดดอยมูเซอ ที่นี่เป็นที่เปลี่ยนรถหลังจากที่ถามไกด์ไปประมาณ 20 รอบ เราก็ไปshopping เจอร้านเปิดเพลง P2Warship ด้วย งงเลย ได้กินไส้อั่วที่เต้งซื้อมา 2 ชิ้น อร่อยมากอะ อร่อยกว่าที่เชียงใหม่อีก
นั่งรถ 2 คันแบบสบาย ๆ แล้ว เราก็เปิดประเด็นนั่งคุยกันเรื่องผู้ชาย ผู้หญิง ถามประเด็นรัก ๆ กัน รู้สึกว่าเราจะพูดมากไปหน่อย ผูกขาดไมค์อยู่คนเดียว แต่ก็สนุกดี ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้ พอถึงนครสวรรค์ก็แวะซื้อโมจิที่ร้าน MM แวะกินข้าวด้วย ห้องน้ำที่นี่อลังการมาก เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึก
กลับมาถึงกทม.ประมาณเที่ยงคืน 1/2 ก็เลทไปพอสมควร ไปส่งเบลล์ แล้วเราก็เข้าบ้าน รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับว่าไม่คุ้นที่ นี่บ้านเราหรอวะ ( อารมณ์แบบว่า จากไปนาน ) ...
จบแล้วจ้ะ
ขอบคุณที่ติดตาม
January 13 เพลงเพราะ ๆด้วยเหตุผลที่ฉันไม่เคยเจอะใคร มอบความรักให้หัวใจที่ว่างเปล่า ทำให้ฉันไม่เคยซึ้งในความหมาย จากเพลงรักที่ฉันเคยได้ฟัง และเมื่อฉันได้พบเธอคราวนี้ ความเงียบเหงาในหัวใจที่ว่างเปล่า ถูกเธอเติมด้วยเรื่องราวของความหวาน จากความรักของเธอ * เพราะเธอทำให้ฉันพบ ท่วงทำนองเพลงที่ฉันเองไม่เคยเจอ บทเพลงรัก เพลงแรกจากเธอ ที่เป็นคนบรรเลงให้ชีวิตฉันสดใส เพราะเธอทำให้ชีวิต ที่เคยเดียวดาย เลือนหายไปเมื่อมีเธอ อยากขอบคุณ เพลงรักจากเธอ ที่เปลี่ยนคืนและวันให้ชีวิตฉันไพเราะเหมือนกับเสียงเพลง และเพลงรักที่ได้ฟังตอนนี้ คงไม่เพราะถ้าฉันยังไม่ได้พบเธอ อยากจะมอบบทเพลงนี้ให้กับเธอ ด้วยความรักที่ฉันมี (ซ้ำ *, *) อยากฟังเพลงด้วยก็ไปที่ http://www.icygang.com/jukebox/listen.php?id=4965 นะ ทีลอซู The Wonderful Trip (2)ตื่นมาตอนตี 4 บรรยากาศยังคงมืดและเงียบสงบ เรานอนพลิกไปพลิกมาอีกพักใหญ่ ๆ ถึงเริ่มรู้สึกว่าเย่นตื่นแล้ว ก็คุยกัน ได้ยินเสียงเต็นท์ข้าง ๆ คุยกันด้วย หลังจากที่ตื่นแล้ว ก็มานั่งคุยกัน 6 โมงเช้าเริ่มสว่าง ถึงได้ออกไปเข้าห้องน้ำ+ล้างหน้า แล้วกลับมานั่งในเต็นท์ ไปไหนไม่ได้ฝนตกและต้องรอกินข้าว กว่าพี่เค้าจะเรียก โน่น 8 โมง1/2 เค้าพาไปกินที่เดิม นั่งกินข้าวต้มหมูใส่เห็ด พี่เค้าน่ารักมากอีกแล้ว จุ๊บบอกเค้าว่าไม่กินข้าวต้มใส่กระเทียมเจียว + ผัก เค้าก็ต้มข้าวต้มหม้อใหม่มาให้เลยอะ สุดยอดจริง ๆ เก็บข้าวเก็บของกันเรียบร้อย พี่เค้าก้พาเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พี่บอมก้สามารถทำให้ป้ายที่มันอยู่เฉย ๆ บอกเล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างสนุกสนาน พวกเราตื่นเต้นกับห้องน้ำที่นี่ เพราะสะอาดเอี่ยมเหลือเกิน ไปขึ้นสองแถวเดินทางไปสวนส้ม คราวนี้นั่งรถบนถนนดินแดง 25 กม. ผู้หญิงนั่งหลังกันล้วนเลย พวกผู้ชายน่ารักมาก นั่งหน้ากัน 3 คน ส่วนพี่บอมขึ้นไปนั่งบนหลังคา แต่คราวนี้ ฝุ่นไม่ตลบเพราะเมื่อวานฝนตก มีคนบอกว่ามีคนติดบนถนนที่เละเพราะฝนตกนี่ด้วย นั่ง ๆ ไปก็ปรากฏว่ารถคันหลังที่ตามมา ติดหล่ม พี่เค้าให้ขย่ม ก็ขย่มกันใหญ่เลย แป๊บเดียวก็หลุดออกมาได้ แหม อุตส่าห์ลงไปลุ้น นั่งออกมาจากทางลูกรัง ก็มาลงที่สวนส้ม ไม่รู้ว่าชื่ออะไร จำไม่ได้ รู้แต่ว่ามาถึงก็มุงกันที่ขายส้มเลย เราตรงไปกินข้าวเที่ยงเลย ข้าวเที่ยงวันนี้คือข้าวกะเพรา ไข่ดาว อร่อยมาก ๆ อิ่มแล้ว ก็ไปเดินสวนส้ม เดินนำเค้าไปนู่นเลย เพราะอยากรู้ว่าข้ามเขาไปแล้วเป็นอะไร พอข้ามไปแล้วก็ปรากฏว่ามันคือสวนส้มตอนต่อไปน่ะเอง เพื่อน ๆ ฉลาดกว่า นั่งรถขึ้นมาเลย มีหอคอยบนเนินสูงเป็นจุดชมวิวด้วย แต่กลัวความสูงว่ะ เลยไม่ได้ขึ้นไป ได้แต่ยืนมองเพื่อน ๆ เล่นกันอยู่ข้างล่าง มีคนปล่อยรองเท้าอ้นมาข้างล่าง พีชโยนกลับขึ้นไปข้างบนอีกอะ โคตรฮาเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นพีช เห็นเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ที่ไหนได้ แกล้งอ้นซะงั้น ไปต่อที่ถ้ำตะโคะบิ ซึ่งห่างออกไปไม่มาก พี่บอมบอกว่าให้พวกเราไปลับสมองกับน้อง ๆ ไกด์เด็ก โชคดีที่พวกเราได้น้องน่ารัก คือน้องหนึ่งและน้องเวย์ 8 ขวบกับ 10 ขวบ ยังเด็ก ๆ อยู่เลย มาจากโรงเรียนบ้านแม่กลองอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ วันนี้โรงเรียนหยุด เพราะพระเทพเสด็จ เด๋วน้อง ๆ ก็ต้องไปรับเสด็จด้วย น้อง ๆ พาเดินเข้าถ้ำ ถือไฟฉายส่องทางให้พี่ ๆ เค้าแยกกันเดินนะ คนนึงเดินนำ คนนึงเดินปิดท้าย ผลัดกันอธิบาย น้องเค้าเสียงน่ารักมาก ๆ เจื้อยพอ ๆ กับเราเลย น้อง ๆ ช่วยกันปล่อยมุขตลอดเวลา โดยเฉพาะหลุมรัก ลันตู งูเกา หยกนี่ตกไปหลายทีเลย นั่งสองแถวเข้าเมือง เราซื้อของฝากน้องที่ร้านบ้านครูซัน ก็ไม่รู้จะซื้ออะไร เพราะว่ามันแพงไปหน่อย สุดท้ายก็ได้ปิ่นปักผม 2 อัน โปสการ์ดเขียนส่งกลับไปหาตัวเองอีก 1 แผ่น อุตส่าห์ปั๊มตรา 1219 โค้ง ดินแดนแผ่นดินกะเหรี่ยงลอยฟ้า แต่ดันอ่านไม่ออก ได้ไปแวะดูตลาดด้วยหน่อยนึง เป็นตลาดที่เล็กกระจิ๋วเดียว หันไปมอง 360 องศา ก็หมดตลาดแล้วอะ นั่งรถกลับมารีสอร์ท มาเปลี่ยนชุดเตรียมไปล่องลำธารข้างรีสอร์ท เอาหน้ามองฟ้าและยกก้นให้พ้นหินที่อยู่เรี่ยพื้น ซึ่งมันค่อนข้างยากนะ แรก ๆ นี่กลัว ยิ่งกลัวยิ่งโดนตำ หยุดก็หยุดยาก เพราะน้ำแรง พอได้มาตั้งหลักจับมือกันใหม่อีกทีแล้วดีขึ้น ต้องพยายามจับมือกะเพื่อนดี ๆ กางแขนเยอะ ๆ จะช่วยให้แขนไม่โดนหินตำ แต่ตลกดี กลุ่มที่นอนรีสอร์ทเดียวกัน เค้าลงมาเล่นไม่มีไกด์เค้ามาคุมเลยกลับเล่นเสร็จก่อนพวกเราซะอีก พวกเราคนเยอะและพวกผู้ชายก็โดนหินตำก้นกันไปจนแทบจะเดินแล้ว ไปรออาบน้ำต่อจากหยก ยืนจนห้องเปียกชุ่มเลยกว่าจะได้อาบ หลังจากนั้นก็ไปกินข้าว แล้วลงไปร่วมกองไฟกับเพื่อน ๆ แรก ๆ ก็นั่งห่างกีต้าร์ นั่งไปนั่งมาเริ่มหมดเพลง เราก็เลยย้ายไปนั่งกะหมู ร้องใหญ่เลย แทบจะกินไมค์อยู่คนเดียว หลังจากที่มีคนเนียนด้วย บรรยากาศก็เริ่มน่ากลัว เลยขอเดินขึ้นบ้านดีกว่า หลังจากบ้านบริหารกลับมากันแล้ว ก็เรียกเด็กชายพลกับเด็กชายหยกไปนอนที่บ้านเรา หลังจากที่ 2 คนนั้นหนีวงไพ่ไปแล้ว เราก็ลงไปดูเค้าเล่นไพ่กัน นั่งดูเฉย ๆ แล้วก็ไปยืนดูดาวอีกแป๊บนึง ประมาณเที่ยงคืนก็กลับห้องไปนอน เจอ 2 คนนั้น นอนกินทั้งเตียงเลย พอตี 1 เบลล์กลับมาก็เลยเฉ่งใหญ่ 55 สำหรับเราก็หลับดีนะ ไม่มีอะไร หลับได้เรื่อย ๆ จบวันที่ 2 วันที่ 3 ก็รอต่อไป..
January 04 ทีลอซู The Wonderful Trip (1)อาจจะช้าไป เพราะว่าติดงาน SEM ต้องขออภัย.. นี่คือฉบับย่อ ก็ไปเที่ยวทีลอซูมา 3 วัน 25 - 28 ธันวาคม ออกเดินทางจากหน้ากรุ๊ปเราประมาณ 3 ทุ่ม ก่อนอื่น ต้องขออภัยเพื่อน ๆ ที่มาช้า เพราะว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวความจำเสื่อมมา และเพราะว่าพ่อเรานึกว่ารถออก 3 ทุ่ม นั่งรถมาตามทาง ก็นั่งดูบางรักซอย 9 จบไป 2 แผ่น ถึงได้เริ่มเข้านอน พี่คนขับเค้าเปิดเพลง ก็ไม่เข้าใจว่ากล่อม หรือปลุกกันแน่ ดังน่าดู แถมยังแวะปั๊มบ่อยมาก บ่อยจนพวกเราไม่ได้หลับได้นอน เพราะทุกครั้งที่ถึงปั๊ม เค้าจะเปิดไฟบนรถตลอด หลัง ๆ พวกเราก็เข้าห้องน้ำอย่างเดียว เค้าแวะให้กินข้าวก็ไม่กิน แทบจะไม่มีใครซื้อของอะไรกันเลย ที่คิดเอาไว้ว่าพวกเราจะเลท เลยกลายเป็นพวกเราน่ะเร็วเกินไป ตอนที่แวะปั๊มแรกอะได้ซื้อครั้งเดียว คือซื้อกาแฟให้คนขับ มาเริ่มเข้าโค้งแม่สอดตอนประมาณเที่ยงคืน ทีแรกคนก็นอนกันอยู่ดี ๆ แต่ทางโค้งทำให้คนไหลมาชนกัน ขนาดไอ้วัลย์เอาของมาตั้งกั้นมันกะพลเอาไว้ ยังแทบจะไหลไปรวมกันเลย เพราะฉะนั้นคันเราเลยตื่นมานั่งลุ้นโค้งกันทั้งคัน มันน่าตื่นเต้นดีแต่ไม่มีใครเป็นอะไร ขับๆ มาเรื่อย ๆ จนหลุดโค้งแม่สอด มาแวะปั๊มที่ในแม่สอด เริ่มงัดกล้องออกมาถ่ายรูป ไปถ่ายป้ายบนถนน จากนั้นก็ให้เพื่อนมานั่งถ่ายรูปกลางถนน ตอนกลางคืนเงียบมาก เงียบแบบไม่มีรถผ่านไปผ่านมาซักคัน เริ่มนับโค้งที่หน้าปั๊ม ก็นับ ๆ ไปพักนึง 4 – 5 โค้งก็เริ่มขี้เกียจ แถมบรรยากาศของอุ้มผางตอนกลางคืน ไม่น่าตื่นเต้นเท่าแม่สอด มันไม่ได้โค้งแบบเห็นได้ชัด เราเลยขอนอนเอาแรง ก็หลับ ๆ ตื่นๆ จนไม่แน่ใจว่า ได้นอนบ้างรึเปล่า ไปถึงประมาณตี 5 ½ ไกด์บอกว่า จริง ๆ ตั้งใจให้มาถึง 7 โมง กินข้าวเสร็จก็ออกไปเลย เพื่อน ๆ เห็นว่า ไหน ๆ ก็ยังไม่มีอะไรทำแล้ว ขอนอนซะหน่อยดีกว่า เพื่อน ๆ ที่นั่งรถคันเราเดินเข้าบ้านแล้วหลับกันเป็นตาย มีเราลงไปนอนแล้วตื่นขึ้นมาอยู่คนเดียว มันไม่ง่วงเลย จะปลุกเพื่อน ๆ ก็ไม่กล้าปลุก เล่นหลับกันเป็นล่ำเป็นสัน ขนาดไกด์ยังไม่กล้าปลุกเลย โชคดี จุ๊บ+เต้ง ที่มากับรถอีกคันซึ่งแยกไปอีกบ้าน มาช่วยกันปลุกพวกเราตื่น กินข้าวเช้าที่สวนเรือนแก้ว อาหารเยอะแยะมากมายสุดๆ กินเสร็จ เดินไปหลังรีสอร์ท ไปลงแพยาง 2 ลำ เรานั่งลำพี่บอม ก็พายกันไป chill chill เย็นสบาย แรก ๆ ก็นั่งกันอยู่ในแพดี หลัง ๆ เริ่มนั่งข้างแพที่มันเป็นลมกลม ๆ แถมมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอีกตะหาก ลำเราทีนำทีแรก ตอนหลังเลยกลายเป็นตามซะอย่างงั้น ขึ้นจากลำธารที่ผาเลือด เราก็มานั่งกินข้าวกันแถว ๆ ที่จอดสองแถว หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ก็ขึ้นสองแถวไปทีลอซู เราเลือกนั่งหลัง จะได้ adventure หน่อย เค้าแจกผ้าปิดปากกันคนละอัน แล้วก็ห้อรถกันไป รถเรานำไปคันแรก ดีหน่อยเพราะฝุ่นมันตลบไปก่อน คันหลังเค้าก็ขับห่าง ๆ จะได้ไม่ฝุ่นมาก จะแย่หน่อยเวลามีรถสวน ถ้ามาหน้าฝน ต้องมาขึ้นจากแพที่ท่าทรายแล้วเดินเท้าอีก 10 กิโลไปทีลอซู ขนาดนั่งรถยังเหนื่อยเลย ดีแล้วหละที่ไม่ได้ไปตอนหน้าฝน เต็นท์ เก็บของเข้าเต็นท์เรียบร้อย พี่เค้าก้พาเราไปน้ำตกเลย แรกๆ ฝนมันก็ตกปรอยๆ บางๆ แล้วหยุดตก เดินกันไปเรื่อยๆ พี่เค้าก้สอนให้ดูโน่นดูนี่ระหว่างทาง แนะนำต้นไม้ สัตว์ ยังกะไปทัศนศึกษา เราก็เดินช้าบ้างเร็วบ้าง บางทีกลัวเดินตามไม่ทันก็รีบเดินไปนำข้างหน้า บางทีจะถ่ายรูป ก้ยืนส่องจนชาวบ้านเค้าเดินนำกันลิ่ว ๆ ประมาณชั่วโมงนึงเราก็ไปถึงน้ำตกทีลอซู แต่แค่นั้นยังไม่พอ พี่บอมพาพวกเราเดินต่อไปอีก ไปดู Hilight ของทริป พวกเราก้ปีนตามเค้าไป ปีนไปจนถึงน้ำตกชั้นบนที่เห็นแบบข้าง ๆ ตัวเลย ตอนปีนขึ้นยังOK ตอนปีนลงนี่แทบกลิ้ง ต้องใช้มือช่วย มือแดงเลย หลังจากเราปีนลงมาอยู่ชั้นปกติ มาถ่ายรูป มัวแต่ถ่ายรูปเพลินไปหน่อย พอหยกกะป๊อกกี้จะโดดน้ำเลยต้องรีบเก็บกล้อง รีบจนลืมรูดซิป กล้องหล่นกลิ้งโค่โร่เลย กระแทกไป 3 ครั้งได้ กล้องเลอะดินเลยหละ โชคดีที่มันยังใช้การได้อยู่ ปล่อยพวกผู้ชายเล่นน้ำกันไปพักนึง ฝนก็ตก เริ่มเดินกลับเต็นท์ ฝนตกแบบว่า เปียกม่อลอกม่อแลกเลย อุตส่าห์เอาถุงพลาสติกที่คิดว่าจะเอามาห่อกล้องมาคลุมหัว ก็ดันทำมันหล่นพื้นอีก สุดท้ายก็เดินตัวเปียก ๆ โชคดีที่เอารองเท้าที่แม่ใช้ทำงานบ้านไปเพราะมันลื่นน้อยมาก เกาะถนนดีโคตรๆ เราเดินนำมาห่างกะคนอื่นเยอะเลย เพราะไม่ค่อยลื่น จนรู้สึกว่าฝนซาหน่อยแล้วไปอาบน้ำสระหัวแม้ว่าอากาศจะหนาว เพราะว่าถ้าไม่สระ คาดว่าจะต้องหวัดกินแน่นอน อาบน้ำเสร็จก็ไปกินข้าวเย็น มืดมาก ๆ ไฟฉายเราก็ส่องไม่ค่อยรู้เรื่อง ไฟมันอ่อนเกิน ก็เดิน ๆ ตามที่พี่เค้าพาไป ไปกินข้าวเย็น บรรยากาศใต้แสงเทียนกับคนรักอีก 14 คน อาหารเยอะมาก พี่เค้ายินดีเสิร์ฟเช่นเคย ขนาดบอกว่าแบ่งไข่เจียวกับเพื่อนได้ พี่เค้ายังไม่ยอมเลย ยกจานไปให้ที่ครัวทำมาให้อีกอะ เพื่อน ๆ ติดใจฟักทองแกงบวชกันด้วย แต่เราเฉย ๆ อะ ตอนนั้นซัดไข่เจียวเข้าไปซะ2-3ลูกแล้วเลยหมดแรงกิน คืนนี้เพื่อน ๆ นอนกันแต่เช้ามาก ๆ เต็นท์บริหารนี่เงียบฉี่เลยตั้งแต่กินข้าวเสร็จเลย ทั้งผู้ชายผู้หญิง อาจจะเป็นเพราะไม่มีพื้นที่ส่วนกลางให้ออกมานั่งคุยกัน แถมฝนยังตกจนพื้นเปียกอีกตะหาก อยากอ่านก็รอไปก่อนนะ ไม่เวลาอะ |
|
|